July 19, 2019

News in Asia

บริการจัดการอาคาร การบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้เครื่องปรับอากาศทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีอายุการใช้งานยาวนาน จึงควรหมั่นดูแลบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งวิธีการก็มีทั้ง แบบที่ทำเองได้ และต้องทำโดยช่างผู้ชำนาญ

การทำความสะอาดเบื้องต้นด้วยตนเอง ทำได้โดยการถอดแผ่นกรองอากาศ(Filter) มาล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า แล้วใส่กลับคืน ซึ่งอาจจะทำสัปดาห์ละครั้ง หรือ เดือนละ 2 ครั้งขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งาน และความสกปรก

การรักษาแผ่นกรองให้สะอาดอยู่เสมอนั้นทำให้การระบายลมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากจะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานอีกด้วย

การทำความสะอาดภายในโดยช่างผู้ชำนาญ เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน แต่อาจไม่บ่อยเท่ากับการทำความสะอาดด้วยตนเอง โดยอาจจะทำ 3-6 เดือนต่อครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม และการใช้งาน การล้างภายในต้องใช้ช่างผู้ชำนาญ
เนื่องจากต้องมีการถอดชิ้นส่วนบางชิ้น เช่นถอดถาดน้ำทิ้งมาล้างเพื่อให้น้ำทิ้งไหลได้สะดวก และใช้ปั๊มน้ำแรงสูงฉีดทำความสะอาดแผงคอยล์
การตรวจเช็คสภาพ เป็นการตรวจเช็คระบบทั่วไป ซึ่งโดยมากแล้วจะทำพร้อมกับการล้างภายในโดยช่างผู้ชำนาญ
• วัดความดันน้ำยาในระบบว่าเพียงพอหรือไม่
• ตรวจระบบไฟฟ้า เช่นสภาพของสายไฟ
• หยอดน้ำมันมอเตอร์พัดลมทั้งที่คอยล์ร้อน และคอยล์เย็น
• ตรวจสอบและซ่อมแซมฉนวนหุ้มท่อน้ำยาที่เชื่อมต่อระหว่าง คอนเดนซิ่งยูนิต และแฟนคอยล์ยูนิต

การใช้และดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศ

เคล็ดลับการใช้งานเครื่องปรับอากาศให้ประหยัดในหน้าร้อนและยุคสมัยที่อะไรๆก็แพงไปหมด เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวของคุณ เรามีเคล็ดลับดีๆในการใช้งานเครื่องปรับอากาศอย่างถูกต้อง ซึ่งช่วยให้เครื่องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดค่าไฟฟ้า และดูแลรักษาให้อยู่ทนนานโดยมีข้อควรปฏิบัติดังนี้ค่ะ

1. การเลือกเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสม
เลือกเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง คือให้ความเย็นมากแต่กินไฟน้อย โดยดูที่การกินไฟฟ้าเป็นวัตต์ หรือแอมป์โดยควรเลือกที่มีค่าน้อย หรือดูจากค่า COP หรือ EER (Energy Efficiency Ratio) ซึ่งค่ายิ่งสูงยิ่งดี

2. ใช้เครื่องปรับอากาศให้ถูกต้อง
– ตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสมไม่เย็นจัดจนเกินไป โดยปกติห้องนอนควรตั้งที่ 26 °C เพราะขณะนอนหลับ ร่างกายไม่ได้เคลื่อนไหวมาก แต่ห้องที่ทำกิจกรรมเยอะ เช่น ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น และห้องอาหาร ตั้งไว้ประมาณ 24 °C
– ควรติดตั้งเทอร์โมสตัทให้ใกล้กับคอยล์ของอีวาพอเรเตอร์ในตำแหน่งลมกลับเข้าเครื่อง เพื่อทำให้การตัดต่อเป็นไปอย่างถูกต้อง
– เริ่มต้นเปิดเครื่องควรปรับระดับความเร็วพัดลมที่ความเร็วสูง (Hi) ก่อนเพราะจะทำให้เย็นเร็ว พอเย็นได้ที่แล้วค่อยปรับลดไปเป็นลมต่ำ (Low)
– อย่านำสิ่งของรวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ตกแต่งภายในบ้านไปกีดขวางทางลมเข้าและลมออกของคอนเดนซิ่งยูนิตจะทำให้เครื่องระบายความร้อนไม่ออก รวมถึงไม่ควรวางขวางหน้าเครื่องเป่าลมเย็นด้วย เพราะเครื่องต้องทำงานหนักมากขึ้น
-ปิดเครื่องทุกครั้งหลังใช้งาน หากสามารถทราบเวลาที่แน่นอน ควรตั้งเวลาการทำงานของตัวเครื่องไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เครื่องหยุดเองโดยอัตโนมัติ

3. ลดความร้อน/ความชื้นจากภายนอกและภายในห้อง
-เปิดหลอดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ภายในห้องเฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อการใช้งานเท่านั้น และปิดทุกครั้งเมื่อใช้งานเสร็จ เพราะหลอดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าบางชนิด จะมีความร้อนออกมาขณะเปิดใช้งาน ทำให้อุณหภูมิในห้องสูงขึ้น
-อุปกรณ์ที่ให้ความร้อนมากควรใช้นอกห้อง เช่น เตารีด เครื่องปิ้งขนมปัง หรือกาต้มน้ำ แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ให้ติดตั้งฝาครอบระบายอากาศสำหรับเครื่องหุงต้มทุกชนิด
– ในช่วงเวลาที่ไม่ใช้ห้องหรือก่อนเปิดเครื่องปรับอากาศสัก 2 ชั่วโมง ควรเปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้เพื่อให้อากาศบริสุทธิ์ภายนอกเข้ามาแทนที่อากาศในห้อง จะช่วยลดกลิ่นต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลมระบายอากาศซื่งจะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น
– ควรปิดประตูหน้าต่างให้สนิทขณะใช้งานเครื่องปรับอากาศ เพื่อป้องกันมิให้ อากาศร้อนขื้นจากภายนอกเข้ามา อันจะทำให้เครื่องต้องทำงานมากขึ้น
– ไม่ควรปลูกต้นไม้ หรือตากผ้าภายในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศเพราะความชื้นจากสิ่งเหล่านี้จะทำให้เครื่องต้องทำงานหนักขึ้น

4.ใส่ฉนวนกันความร้อนที่ตัวบ้าน วิธีนี้อาจต้องลงทุนซักหน่อยค่ะ โดยติดฉนวนที่เพดาน ติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่หลังคาของบ้าน หรืออาจติดตั้งกระจก 2 ชั้นเพื่อลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ค่อนข้างมีประโยชน์ในระยะยาว

5. บำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศสม่ำเสมอ
-หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศทุก ๆ 2 สัปดาห์ เพื่อให้เครื่องสามารถจ่ายความเย็นได้เต็มที่ตลอดเวลา
– หมั่นทำความสะอาดแผงท่อทำความเย็นด้วยแปรงนิ่ม ๆ และน้ำผสมสบู่เหลว อย่างอ่อนทุก 6 เดือน
– ทำความสะอาดพัดลมส่งลมเย็นด้วยแปรงขนาดเล็ก เพื่อขจัดฝุ่นละอองที่จับกันเป็นแผ่นแข็งและติดกันอยู่ตามซี่ใบพัดทุก 6 เดือน จะทำให้พัดลมส่งลมได้เต็มที่
– ทำความสะอาดแผงท่อระบายความร้อน โดยการใช้เแปรงนิ่ม ๆ และน้ำฉีด ล้างทุก ๆ 6 เดือน เพื่อให้เครื่องสามารถนำความร้อนภายในห้องออกไปทิ้งให้แก่อากาศภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
– หากปรากฏว่าเครื่องไม่เย็นเพราะสารทำความเย็นรั่วต้องรีบตรวจหารอยรั่วแล้ว ทำการแก้ไขพร้อมเติมให้เต็มโดยเร็ว
– ตรวจสอบฉนวนหุ้มท่อสารทำความเย็นอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้เกิดฉีกขาด
-ติดต่อช่างบริการที่เชื่อถือได้เพื่อตรวจสอบเครื่องอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
ประโยชน์ของเครื่องปรับอากาศ นอกจากทำความเย็นแล้วยังช่วยทำให้อากาศสะอาด และควบคุมความชื้น ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของเราด้วย ดังนั้นขั้นตอนตั้งแต่การเลือกซื้อ การใช้และการบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศจึงเป็นสิ่งที่จะละเลยไม่ได้ ต้องศึกษาข้อมูลและใช้อย่างถูกต้อง จึงจะทำให้ใช้เครื่องปรับอากาศอย่างมีประสิทธิภาพและสนองความต้องการของเราได้อย่างเต็มที่

news